อาหารรสจัด
หลายคนอาจจะชอบทาน อาหารรสจัด อยูู่บ่อยๆ เพราะให้ความรู้สึกว่าทานถึงพริกถึงขิง แต่บางคนก็ไม่ชอบที่จะทานเลย วันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์และปัญหาต่างๆว่าอาหารรสจัดเป็นยังไง มีผลอะไรบ้าง
ถ้าพูดถึงอาหารรสจัดจะนึกถึงอาหาร 5 รส คือ เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม และมัน ซึ่งแต่ละรสชาตินั้น หากกินเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้
รสเผ็ด ส่วนใหญ่เกิดจากการกินพริกที่มีสารแคปไซซินเข้าไป จริงๆ แล้วลิ้นของเราไม่มีต่อมรับรู้รสเผ็ด แต่ความเผ็ดที่เกิดขึ้นเกิดจากการระคายเคืองของเนื้อเยื่อ ถ้ากินเผ็ดมากๆ จะรู้สึกถึงความร้อนตั้งแต่ภายในปากลงไปถึงกระเพาะอาหารช่องท้องด้านล่าง กระทั่งตอนขับถ่ายออกมา หากกินเผ็ดมากๆ
ในกระเพาะอาหารของเรามีความเป็นกรดสูงมากอยู่แล้ว หากเรากินรสเปรี้ยวมากเกินไป จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้สูงขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน และภาวะกรดไหลย้อนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้รสเปรี้ยวยังกัดเคลือบฟันของเราตั้งแต่การเคี้ยวอาหารในปากแล้วค่ะ ทำให้เคลือบฟันบางหรือกร่อน เกิดอาการเสียวฟัน ฟันผุได้ง่าย
รสหวาน คุณหมอส้มอธิบายถึงอันตรายว่า “ความหวานจากข้าวขาวหรือน้ำตาลขัดขาวจะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลอย่างรวดเร็ว พอระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนก็ต้องทำงานเพื่อผลิตอินซูลินมากขึ้น เมื่อตับอ่อนทำงานหนักขึ้นท้ายที่สุดผู้ที่กินรสหวานก็จะป่วยเป็นโรคเบาหวานในที่สุด
รสมัน หรือการกินอาหารที่มีไขมันสูง คุณหมอส้มเล่าว่าบางคนกินอาหารไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู แต่กินมากเท่าไรก็ไม่อ้วน จึงคิดว่าไม่มีไขมันเกินในกระแสเลือด ความจริงแล้วความอ้วนผอมไม่ใช่ตัววัดระดับคอเลสเตอรอลหรือระดับไขมันในเส้นเลือด คนผอมก็มีโอกาสมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงได้ หากกินอาหารที่มีไขมันสูง
รสเค็ม คุณหมอส้มเล่าว่า “การกินเค็มมากๆ อันตรายประการแรกที่จะพบคือ อาการบวมน้ำ เพราะไตของเราขับเกลือออกไม่ทัน และยิ่งดื่มน้ำน้อยด้วย ความเข้มข้นของเกลือในเลือดจะยิ่งมากขึ้น เลือดจึงมีความหนืดมาก ทำให้หัวใจต้องออกแรงบีบตัวมากขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
รสชาติอาหารแต่ละอย่างนั้นล
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น